พัฒนาการทารกในครรภ์ - พัฒนาการลูกในครรภ์ - พัฒนาการของทารกในครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์ - พัฒนาการลูกในครรภ์ - พัฒนาการของทารกในครรภ์
space
New Parenting
พัฒนาการทารกในครรภ์ - พัฒนาการลูกในครรภ์ - พัฒนาการของทารกในครรภ์

     เด็กเกิดใหม่จะมองเห็น ในระยะเพียง 8-12 นิ้วเท่านั้น และเมื่อเด็กมีอายุได้ 3 เดือน เด็กจะเริ่มมองเห็น วัตถุในระยะ ไกลออกไป ดั้งนั้น การแขวนโมบายล์ วัตถุ ให้เด็กเห็นต้องมีการลด ความสูงให้อยู่ ในระดับสายตา ของเด็ก ให้บ่อยที่สุด อ่านต่อ...

 
 Sponsored Links :

line
Google

พัฒนาการทารกในครรภ์ - พัฒนาการลูกในครรภ์


พัฒนาการทารกในครรภ์ หลังจากการปฏิสนธิ ได้เกิดขึ้นเมื่อเซลล์สืบพันธุ์ ของฝ่ายชาย ได้เข้าไปผสมกับ เซลล์สืบพันธุ์ ของฝ่ายหญิง จากนั้นก็จะเจริญเติบโต เป็นทารกต่อไป

  Sponsored Links :

พัฒนาการทารกในครรภ์

  • วันแรกของการปฏิสนธิถึงสัปดาห์ที่ 3 พัฒนาการทารกในครรภ์ ตัวอ่อนจะมีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร มีลักษณะโตมากและจะงอมาข้างหน้า ทำให้ส่วนหัวและหางจรดกัน ในช่วงนี้จะมี หู ตา จมูกเกิดขึ้น ซึ่งถ้ามองภายนอก จะไม่ค่อยเห็นความผิดปรกติ ของคุณแม่ แต่ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ประจำเดือน จะไม่มาตามปรกติ ผู้ที่เป็นแม่ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • สัปดาห์ที่ 4-7 จะเห็นได้ว่าลูกมีความยาวขึ้นประมาณ 4 เซนติเมตร มีลักษณะของ ศีรษะที่ชัดเจนมากขึ้น ส่วนและและส่วนที่เป็นขายังสั้นอยู่ ในระยะปลายสัปดาห์ ศีรษะโตขึ้น เพราะเริ่มมีมันสมองมากขึ้น แขนขา จะเจริญมากขึ้น ส่วนจมูก ปาก และหูยังไม่โต ในระยะนี้จะเริ่มมีอวัยวะสืบพันธุ์ปรากฏขึ้นด้วย คุณแม่จะเริ่มรู้สึกเจ็บ และตึงบริเวณเต้านม และบริเวณรอบๆ หัวนมจะเห็นเส้นเลือดดำเส้นเล็กๆ อีกทั้งหัวนมจะโตขึ้น จะเริ่มมีอาการแพ้ท้องเกิดขึ้น เช่น อาเจียน คลื่นไส้ เป็นต้น ในระยะนี้คุณแม่ควรงดออกกำลังกายอย่างเด็ดขาด และไปฝากครรภ์ ให้หมอตรวจเป็นระยะ
  • สัปดาห์ที่ 8-11 พัฒนาการทารกในครรภ์ ลูกจะมีความยาวประมาณ 7-9 เซนติเมตร ส่วนมือและเท้าแตกต่างกันและมีขลิบ หัวจะมีความโตมากขึ้น อวัยวะสืบพันธุ์แสดงให้เห็นเพศได้อย่างชัดเจน ในระยะนี้คุณแม่จะยังคง มีอาการแพ้ท้องอยู่ และมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น คุณแม่ควรทำจิตใจให้แจ่มใส อยู่ในที่มีอากาศบริสุทธิ์ เช่นในสวนดอกไม้ เพื่อให้ทารกในครรภ์ ได้รับอากาศทีบริสุทธิ์
  • สัปดาห์ที่ 12-15 ลูกจะมีความยาวประมาณ 17 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 120 กรัม อีกทั้งอวัยวะทุกส่วนของร่างกายตลอดจนเพศ มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเริ่มที่จะมีขนอ่อน ผิวหนังมีลักษณะแดง คุณแม่จะรู้สึกได้ถึงการดิ้นของลูก คุณแม่จะมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ในช่วงนี้คุณแม่ต้องไปหาหมอที่ฝากครรภ์ตามนัด
  • สัปดาห์ที่ 16-19 ลูกจะมีความยาวประมาณ 18-27 เซนติเมตร และมีไข ปกคลุมมากขึ้น อีกทั้งยังมีผมขึ้นทั่วศีรษะ ในช่วงนี้รูปร่างของคุณแม่ จะแสดงให้เห็นว่ามีครรภ์ ชัดเจนมากขึ้น น้ำหนักจะเพิ่มมากขึ้นประมาณ 5-7 กิโลกรัม หรือ 50-60% ของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ ในระยะนี้ คุณแม่ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ ให้มากขึ้นเพราะทารกจะเริ่ม กินอาหาร จากคุณแม่ทางรก ที่สำคัญคุณแม่ควรพักผ่อนให้มากเปิดเพลงเบาๆ ฟังเพื่อให้ ทารกในครรภ์มีสุขภาพจิตที่ดี
  • สัปดาห์ที่ 20-23 ลูกจะมีความยาวประมาณ 28-34 เซนติเมตร และมีขน ปกคลุมทั่วทั้งตัว โดยเฉพาะขนตา ขนคิ้ว ที่มีความเด่นชัดขึ้น และดิ้นแรงขึ้น ในช่วงนี้คุณแม่จะมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นถึง สัปดาห์ละ ? กิโลกรัม และมีหน้าอก ที่ใหญ่ขึ้นหัวนมจะดำขึ้น คุณแม่ไม่ควรคิดมาก ควรทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส
  • สัปดาห์ที่ 24-27 ลูกจะมีความยาวประมาณ 35-38 เซนติเมตร และผิวหนังจะ ถูกปกคลุมด้วยไขทั่วร่างกาย ทารกที่เป็นเพศชายอัณฑะ จะเลื่อนมาอยู่ในถุงอัณฑะ แขนขาเริ่มเคลื่อนไหว บางครั้งอาจได้ยินเสียงร้องค่อยๆ ของทารก จึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และในช่วงนี้คุณแม่จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะท้องจะมีการขยายใหญ่ขึ้น ดังนั้นคุณแม่ควรจะนอนในท่าตะแคง
  • สัปดาห์ที่ 28-31 ผิวหนังของทารกจะมีลักษณะแดงเหี่ยวย่น เหมือนคนแก่ช่วงนี้ ลูกจะมีความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 2000 กรัม ที่สำคัญทารกสามารถเคลื่อนไหวไปรอบๆ ได้ สำหรับคุณแม่ที่ยังไม่ได้จัดเตรียม อุปกรณ์สำหรับเด็กไว้ ก็ควรจะหาเตรียมได้แล้ว เพราะอีกไม่กี่เดือน ลูกน้อยก็จะ ออกมาลืมตาดูโลกแล้ว
  • สัปดาห์ที่ 32-35 พัฒนาการทารกในครรภ์ ลูกจะมีความยาวประมาณ 45 เซนติเมตร มีน้ำหนักประมาณ 2500 กรัม และมีร่างกายที่อ้วนขึ้นเนื่องจาก มีไขมันใต้หนังมากขึ้นจึงทำให้ ผิวหนังที่เหี่ยวย่นกลับมาเต่งตึง เรียกได้ว่าช่วงนี้ เป็นช่วงที่ร่างกายของทารกทุกส่วนเกือบมีความบูรณ์แล้ว เพราะทารกอยู่ในครรภ์ครบ 9 เดือนแล้ว จึงทำให้น้ำหนักคุณแม่เริ่มคงที่ แต่สำหรับทารกแล้ว มีความเจริญเติบโต เร็วมาก ถ้าหากคุณแม่ยังมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นให้พยายามลด อาหารจำพวกแป้งลง และควรพักผ่อนให้มาก ถ้าเป็นไปได้ควรให้สามี ดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะในช่วงนี้ คุณแม่อาจจะมีการเจ็บท้องคลอดอย่างฉับพลันได้
  • สัปดาห์ที่ 36-39 ลูกจะมีความยาวประมาณ 50 เซนติเมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 2500 กรัม ผิวหนังสีชมพู ร้องเสียงดัง ทันที่ที่คลอดออกมาลืมตาดูโลก จะร้อง และลืมตายกแขนยกขาไปมา ช่วงนี้คุณแม่จะมีน้ำหนักลดลงเล็กน้อย เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าใกล้ถึงเวลาคลอดแล้ว พยายามทำอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใส เตรียมความพร้อมที่จะไปโรงพยาบาลทันที่ ที่มีอาการเจ็บครรภ์คลอด

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 Sponsored Links :
line

เมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ควรทำอย่างไร เมื่อได้รับการยืนยัน จากแพทย์ หรือใช้อุปกรณ์ ที่มีความทันสมัย ทดสอบดูแล้ว ว่าคุณได้มีการตั้งครรภ์ สิ่งที่คุณแม่ต้องคำนึงถึง เป็นอย่างแรก คือความปลอดภัย ของทารกในครรภ์ และตัวของคุณแม่เอง อ่านต่อ...

 

“ทารกคลอดก่อนกำหนด นั้น โดยปรกติ เด็กจะมีน้ำหนัก เบากว่าเด็ก ที่คลอดปรกติ และถ้าหากเด็ก ที่คลอดก่อนกำหนด นั้นมีชีวิตอยู่รอด และมีร่างกาย ที่ปรกติสมบูรณ์ทุกอย่าง ส่วนมากจะมีสติปัญญา ที่มีความ เฉลียวฉลาด กว่าเด็กทั่วไป การพัฒนาการ ทางด้านร่างกาย และจิตใจ จะมีความรวดเร็ว กว่าเด็กทั่วไป” อ่านต่อ...

space

:: หน้าหลัก :: คุณแม่มือใหม่ :: ข้อปฏิบัติระหว่างตั้งครรภ์ :: เสริมสร้างพัฒนาการเด็ก :: รูปเด็กน่ารัก :: พัฒนาการทารก :: เคล็ดลับการเลี้ยงลูก :: สูตรลับกับสาวสุขภาพดี
:: เคล็ดไม่ลับของสาวอยากสวย
 :: การป้องกันโรค :: คู่มือคุณแม่ยุคใหม่ :: วิตามินและเกลือแร่สําหรับคนท้อง :: กฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน :: ติดต่อเรา

© Copyright 2009 New-parenting.com, All Rights Reserved.
( พัฒนาการทารกในครรภ์ - พัฒนาการลูกในครรภ์ - พัฒนาการของทารกในครรภ์ )